top of page
ค้นหา

การบริหารผลงาน: เปลี่ยนการประเมินปลายปี ให้เป็นการขับเคลื่อนผลงานตลอดทั้งปี

  • 5 ก.พ.
  • ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 19 มี.ค.


หลายองค์กรทั่วโลกกำลังกลับมาถามคำถามเดียวกันว่า “ระบบบริหารผลงานของเรา…ช่วยให้คนทำงานดีขึ้นจริงหรือไม่?”


ไม่ใช่เพราะผลงานไม่สำคัญ แต่เพราะ PMS (Performance Management System)  หรือระบบการบริหารผลการปฏิบัติงานแบบเดิม ไม่สร้างความเชื่อมั่น ไม่ช่วยพัฒนาคน และไม่ตอบโจทย์ธุรกิจเท่าที่ควร


ในหลายองค์กร PMS ยังถูกมองเป็นกิจกรรมประจำปี ไม่ว่าจะเป็น การกรอกฟอร์ม การพูดคุยครั้งเดียว ให้คะแนน แล้วก็รอให้ถึงปีหน้า แล้วกลับมาทำใหม่


ผลที่ตามมา คือ พนักงานไม่รู้สึกคล้อยตาม ผู้จัดการอึดอัด และผู้บริหารไม่มั่นใจว่าระบบนี้ช่วยขับเคลื่อนกลยุทธ์จริงหรือไม่


บทความนี้จะชวนมอง PMS ในแบบที่เรียบง่าย มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น และสามารถใช้งานได้จริง



1) ปัญหาที่หลายองค์กรเจอเหมือนกัน


ความท้าทาย 1 :

คนไม่ค่อยเชื่อว่าระบบมีความยุติธรรม


เมื่อคนไม่เชื่อระบบ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ PMS กลายเป็นเพียงพิธีกรรม


งานวิจัยของ Deloitte ปี 2025 ระบุว่า

ผู้จัดการกว่า 60% และพนักงานกว่า 70% ไม่มั่นใจในระบบ PMS ขององค์กรตัวเอง


โดยสิ่งที่มักได้ยินคือ

  • “ทีมนี้ให้คะแนนง่าย อีกทีมโหดมาก”

  • “ใครเสียงดัง ใครสนิท ก็ได้เปรียบ”

  • “สุดท้ายก็รู้อยู่แล้วว่าใครจะได้อะไร”


เมื่อความเชื่อมั่นหายไป คนจะหยุดโฟกัสที่ผลงาน แล้วหันไปโฟกัสที่การเอาตัวรอดแทน


ความท้าทาย 2 :

คุยเรื่องผลงานปีละครั้ง มันช้าเกินไป


การประเมินปลายปีนั้นช้าเกินไป ทำให้องค์กรพลาดอะไรหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น การแก้ไขปัญหา การช่วยพนักงาน และการชื่นชมสิ่งที่พนักงานทำได้ดีได้ทันเวลา


ผู้จัดการหลายคนก็รู้สึกว่า “จะพูดตอนนี้ดีไหม เดี๋ยวเขาไม่โอเค” เมื่อระบบบังคับให้คุยแค่เพียงปีละครั้ง บทสนทนานั้นเลยหนัก อึดอัด และตึงเครียด


ความท้าทาย 3 :

ผู้จัดการจำนวนมากไม่ได้ถูกเตรียม

ให้เป็น "โค้ช"


ผู้จัดการจำนวนมากโตมาจากการเป็นคนเก่ง ไม่ใช่จากการบริหารคน นี่คือความจริงที่ต้องยอมรับ แต่ PMS สมัยใหม่ต้องการผู้จัดการที่

  • ตั้งเป้าให้ชัด

  • ให้ฟีดแบ็กได้ตรง

  • ช่วยลูกทีมคิด แก้ และเติบโต


งานวิจัยของ McKinsey ชี้ชัดว่าคุณภาพของผู้จัดการ คือปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้ PMS ได้ผลหรือไม่


ความท้าทาย 4 :

คนไม่ได้ไม่อยากให้ฟีดแบ็ก แต่ระบบทำให้มันยาก


หลายครั้งปัญหาไม่ใช่ “นิสัยคน” แต่เป็น “การออกแบบระบบ” เมื่อการให้ฟีดแบ็กดูเป็นเรื่องใหญ่ เป็นทางการ และมีผลกับคะแนน คนจึงเลือกเงียบ เพราะปลอดภัยกว่า


นี่ไม่ใช่เรื่องผิด แต่มันบอกเราว่า PMS ต้องถูกออกแบบให้การพูดเรื่องผลงานเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่เรื่องเสี่ยง


ความท้าทาย 5:

เป้าหมายกับการพัฒนาไม่ค่อยไปด้วยกัน


หลายองค์กรตั้งเป้าหมายไว้ได้ดี แต่พอถึงปลายปี กลับจบแค่คะแนน โดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนว่า:

  • พนักงานคนนี้ควรเติบโตต่ออย่างไร

  • ควรพัฒนาทักษะไหนเพิ่มเติม

  • องค์กรควรลงทุนกับใครบ้าง


McKinsey พบว่า แรงจูงใจจะเพิ่มขึ้นมาก เมื่อ เป้าหมาย การคุยผลงาน และการพัฒนา ถูกออกแบบให้เชื่อมกันจริง



2) องค์กรที่ดี มีกลยุทธ์อย่างไร



กลยุทธ์ 1:

เปลี่ยนจาก “ประเมินปีละครั้ง” เป็น “คุยกันตลอดปี”


องค์กรที่ PMS ทำงานได้จริง ไม่ได้คุยเรื่องผลงานบ่อยขึ้นเพราะอยากควบคุม แต่เพราะอยากช่วยพนักงาน โดยมีแนวทางง่าย ๆ คือ

  • คุยสั้น ๆ ทุกเดือน หรือทุกไตรมาส

  • คุยว่าอะไรสำคัญตอนนี้ อะไรติด อะไรต้องช่วย

  • ไม่ต้องเป็นฟอร์มยาว เพียงคุยให้รู้เรื่อง


เมื่อมีการพูดคุยบ่อย ความกลัวจะลด และฟีดแบ็กจะกลายเป็นเรื่องปกติ


กลยุทธ์ 2:

ตั้งเป้าน้อยลง แต่ชัดขึ้น



เป้าหมายที่ดีไม่จำเป็นต้องมีหลายข้อ แต่ต้องตอบได้ว่า “ทำไปเพื่ออะไร” องค์กรที่ทำได้ดีจะสามารถ

  • เชื่อมโยงเป้าหมายจากกลยุทธ์ → ทีม → คน

  • ดูทั้ง “ผลลัพธ์” และ “วิธีการทำงาน”

  • ให้คนรู้สึกว่าเป้าหมายนี้เป็นของเขาจริง ๆ

กลยุทธ์ 3:

ใช้หลักฐาน แทนความรู้สึก


ถ้าอยากให้ระบบมีความยุติธรรมขึ้น อย่าเริ่มจากการเปลี่ยนคะแนน แต่เริ่มจากการใช้หลักฐาน เช่น:

  • งานที่ส่งมอบ

  • ผลกระทบต่อลูกค้า

  • คุณภาพงาน

  • การทำงานกับคนอื่น


เมื่อคุยบนข้อเท็จจริง บทสนทนาจะง่ายขึ้น และยุติธรรมกับพนักงานมากขึ้น



กลยุทธ์ 4:

ใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยคน ไม่ใช่แทนคน


คนไม่ได้อยากให้ AI มาตัดสินใจแทนผู้จัดการ แต่พนักงานอยากให้ระบบ ยุติธรรมขึ้น สม่ำเสมอขึ้น และไม่ใช่การมาทดแทนคน


เทคโนโลยีที่ใช้ได้ผลจริงคือ:

  • เตือนให้ผู้จัดการคุยกับลูกทีม

  • เก็บผลงานระหว่างปี

  • ช่วยสรุปข้อมูลให้ตัดสินใจง่ายขึ้น


มนุษย์ยังเป็นผู้ตัดสิน แต่ระบบช่วยให้ตัดสินได้ดีขึ้น

กลยุทธ์ 5:

ถ้าอยากเปลี่ยน PMS ต้องเริ่มที่ผู้จัดการ


ต่อให้ระบบดีแค่ไหน ถ้าผู้จัดการคุยไม่เป็น PMS ก็ไม่เวิร์ก

องค์กรที่จริงจังจะลงทุนกับ:

  • การตั้งเป้าให้ชัด

  • การให้ฟีดแบ็กแบบตรงและเคารพ

  • การคุยเรื่องยากอย่างมืออาชีพ

  • การสร้างพื้นที่ที่คนกล้าพูด



3) ทำให้ PMS ใช้ได้จริง ต้องไม่ซับซ้อน



PMS ที่ยั่งยืน ไม่ได้ต้องการโมเดลใหม่ แค่ต้องทำ 3 เรื่องนี้ให้ดี

ผู้นำต้องเป็นเจ้าของ

ฝั่ง HR เป็นผู้ออกแบบระบบ ดังนั้นควรนำระบบไปใช้ในทุกส่วนขององค์กร หากไม่ใช้ระบบ PMS จะเป็นแค่งานเอกสาร


ถ้าผู้นำเป็นต้นแบบในการใช้งาน ระบบ PMS จะกลายเป็นวัฒนธรรมขององค์กร

ทำให้สม่ำเสมอ

ระบบไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แต่ต้องมีความสม่ำเสมอ มีบรรทัดฐาน ปรับใช้กับทุกคน ทุกทีม และในทุก ๆ ปี

ผลงานต้องพาไปสู่การเติบโต

ทุกครั้งที่คุยเรื่องผลงาน ต้องตอบให้ได้ว่า “ต่อจากนี้ พนักงานจะเติบโตยังไง?”


สุดท้ายแล้ว PMS ไม่ควรเป็นเรื่องของ HR แต่ควรเป็นกิจวัตรของผู้นำ


ถ้าองค์กรอยากให้ผลงานดีขึ้นจริง ต้องเริ่มจาก:

  • เป้าหมายน้อยแต่ชัดเจน

  • คุยกันให้สม่ำเสมอ

  • มีผู้จัดการที่เก่งขึ้น

  • ใช้หลักฐานมากกว่าความรู้สึก

  • ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดความยุ่งยาก


เมื่อ PMS กลายเป็นเรื่องธรรมดา คนจะเลิกกลัว และเริ่มใช้ PMS เพื่อทำงานให้ดีขึ้นจริง



พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญของเรา

Tel: 02-248-8168

 
 
bottom of page